UFABET ถ่ายทอดสด “อย่าง รอนนี่ หรือ จิมมี่ ไวท์ พวกนี้ไม่ค่อยแทงตามเกม ชอบแทงเอาใจคนดู ต้อง เซ็นจูรี เบรก เท่านั้น ต้องแทงลูกยากๆ เล่นจังหวะแปลกๆ ให้คนดูได้ติดตาม แบบนี้มันแทงยากนะคุณ คนเราใครแม่งจะไปเบรกได้ตลอดเวลาวะ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆนะครับ แต่เขาทำได้ แล้วเขาทำมาเยอะด้วย”

UFABET ถ่ายทอดสด

“ผมไม่เคยสร้างสไตล์ เพราะอยากให้คนมาชอบ แต่เขาอาจจะมาชอบโดยบังเอิญมากกว่า ตอนอยู่ในการแข่งขัน ผมไม่เคยรู้หรอกว่า ตัวเองแทงช้าหรือเร็ว จนกว่าจะได้มาย้อนดูเทป UFABET ถ่ายทอดสด ตัวเอง หรือดูคนอื่นแทง เออ มันมีคนที่แทงช้ากว่าเราด้วยนี่หว่า”

“จากที่ฝรั่งเขาเคยไม่ปรบมือให้เรา โห่เรา แช่งเรา แม้กระทั่งตอนเข้าห้องน้ำ จนถึงจุดหนึ่งเราพิสูจน์ตัวเองให้เขาเห็นได้ว่า เราก็มีดีนะ สุดท้ายเขาก็ยอมรับในตัวเรา ยุคหลังคนดูเขายอมรับคนเอเชียมากขึ้นนะ เมื่อเทียบกับสมัยที่ผมไปแข่งใหม่ ๆ”

“ทุกวันนี้ เวิล์ดสนุกเกอร์ เขายังมาขอบคุณผม ที่ไปช่วยบุกเบิกและทำให้กีฬานี้ ได้รับความนิยมในภูมิภาคนี้ จนมีนักสนุ๊กฯ จากเอเชียมาแข่งขันเพิ่มขึ้นในยุคหลัง เพราะเขาต้องการให้ สนุกเกอร์ ถูกแพร่ UFABET ถ่ายทอดสด กระจายไปทั่วโลก ผมไม่ได้พูดเอง แต่เขาให้เครดิตผมพอสมควร ในนาม James Wattana ที่เวิลด์สนุกเกอร์ตั้งชื่อ UFABET ให้ เพราะเขาออกเสียงคำว่า ภู่โอบอ้อม ไม่ได้”

“พอได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกชื่นใจ ที่ในที่สุดผมสามารถทำให้ องค์กรระดับโลกอย่าง เวิล์ดสนุกเกอร์ ยอมรับในฝีมือคนไทยอย่างเราได้ ในฐานะคนเอเชียคนแรก ที่ไปถึงตำแหน่งท็อป 4 ของโลก”

    “ถ้าผมรุ้ข้อเสียตัวเองตั้งแต่วัยรุ่น เปลี่ยนวิธีคิดได้ ตั้งแต่ตอนนั้น สมัยที่ผมอยู่อันดับ 3 ของโลก ผมคงแทงดีกว่านี้ 20 – 30 เปอร์เซนต์”

“สมัยวัยรุ่น ผมเป็นคนที่ใจร้อนและหงุดหงิดง่าย ซึ่งเป็นก็ไปตามฮอร์โมนส์ผู้ชาย แต่สิ่งที่แย่สุดคือ ผมชอบมีความคิดแบบ Negative Thinking คือ มองโลกในแง่ลบมากเกินไป โดยเฉพาะเวลาที่ผลการแข่งขันไม่เป็นใจ”

“สิ่งที่ผมผิดหวังมากที่สุด คือ เวลาซ้อมมาหนักแล้ว ดันไม่สามารถทำได้ดีในตอนแข่งขัน นั่นเพราะบางครั้งผมควบคุมอารมณ์ได้ไม่ดีพอ คิดแต่จะโทษปัจจัยรอบข้าง และ ผมชอบทรมานตัวเอง ชอบลงโทษตัวเอง สมมุติผมไปแข่งแล้วพลาดช็อตไหน ผมจะกลับมาซ้อมอยู่อย่างนั้นไม่หยุดพัก ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ผิดนะ”

“มีครั้งหนึ่ง ผมเคยซ้อม UFABET สนุ๊กเกอร์ อย่างเดียว 3 วัน 3 คืนติดต่อกัน โดยไม่กินข้าว จนเข้าคืนที่ 4 ผมต้องกินแล้ว เพราะร่างกายมันรับไม่ไหว”

“แม้กระทั่งช่วงที่ผมขึ้นมือ 3 ของโลก ผมก็ยังไม่พอใจกับสิ่งที่ตัวเองเป็นตอนนั้น ทั้งที่ 2 คนที่อันดับดีกว่าอย่าง สตีเฟน เฮนดรี กับ สตีฟ เดวิส เขาได้แชมป์โลกรวมกัน 13 สมัยนะ เราเป็นคนเอเชียคนแรกที่ได้มายืนถึงจุดนี้ ควรยินดีกับมันสิ กว่าจะมาคิดได้ก็ตอนแก่แล้ว ก็อย่างที่บอกแหละ ถ้าผมคิดได้ตั้งแต่วัยรุ่น ผมคงมีผลงานที่ดีกว่านี้”

“เมื่อถึงจุดหนึ่ง ประสบการณ์มันจะสอนเราเอง สมัยที่ผมประสบความสำเร็จ มีแต่คำชมเต็มไปหมด แต่เราไม่ทันคิดเลยว่า เขาแอบแฝงอะไรมาหรือเปล่า ผมยอมรับว่าตัวเองเคยหลงระเริงไปกับคำชมแอบแฝงมาเยอะ”

“เวลากลับเมืองไทย มีคนขับรถลีมูซีนมารับถึงสนามบิน ทั้งที่ผมไม่ได้ร้องขอ เมืองไทยรถติดจะตาย จะมาพิธีการอะไรมากมาย ผมเป็นคนชอบอยู่เงียบๆอยู่แล้ว ไม่ได้อยากสร้างกระแส แต่พออยากอยู่เงียบๆ คนก็หาว่าหยิ่งอีก เข้าไม่ถึง สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าผมจะทำหรือไม่ทำอะไร ผมหนีไม่พ้นเสียงนก เสียงกาหรอก”

“ผมมีความคิดอยากจะเลิกเล่นสนุ๊กฯ มาเป็น 10 รอบแล้ว อย่างที่บอกว่า สิ่งที่แย่สุดของการอยู่อังกฤษคือเวลาที่คุณแพ้แล้วไม่สามารถกลับบ้านได้ อยู่เมืองไทย ถ้าคุณแพ้ คุณยังมีเพื่อนฝูง คนรอบข้างให้พูดคุย บางครั้งผมซ้อมมาหนัก ตั้งใจมาก แต่ดันทำให้คนที่คาดหวังผิดหวังซ้ำๆ มันก็เกิดอาการท้อแท้”

“ผมรู้ว่ามีบางคนเลิกเชียร์ผมไปแล้ว แต่ทุกครั้งที่ผมคิดจะเลิก คุณแม่ผม, คุณอาสินธุ, คุณน้าศักดา ก็จะถามว่าร่างกายยังไหวไหม ถ้าไหวก็ยังไม่ต้องเลิก ผมก็เลยต้องสู้ต่อ ทั้งที่หัวใจผมมันสลายไปนานแล้ว”

“คนทั่วไปไม่รู้หรอกว่า ผมใจสลายมาแล้วไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ผมเจอปัญหามากมายในชีวิต ถ้าหัวใจผมมี 4 ห้อง วันที่พ่อผมถูกยิง หัวใจผมก็เหลือครึ่งห้องแล้ว มีหลายคนถามว่า ทำไมต๋องแทงไม่คมเหมือนเดิมเลย ผมก็อยากบอกว่า ก็มึงไม่ได้มาเป็นกูนิ”