แมนฯ ยูไนเต็ด กับการตามรอย ลิเวอร์พูล ยุคอดีต ?

แมนฯ ยูไนเต็ด กับการตามรอย ลิเวอร์พูล ยุคอดีต ?

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยถูกยกให้เป็นทีมเบอร์ 1 ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาเป็นเวลานานภายใต้การทำทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซึ่งมันก็คู่ควรที่พวกเขาจะได้รับยศแบบนั้น เพราะพวกเขาเป็นทีมที่เล่นได้ยอดเยี่ยมอย่างคงเส้นคงวา และมีลุ้นแชมป์ทุกรายการ

    ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ลิเวอร์พูล ufabet369.net เป็นเพียงทีมที่วนเวียนอยู่ในกลุ่ม 4 อันดับแรกเป็นหลัก แม้ว่าจะมีบางฤดูกาลที่พวกเขาได้อันดับ 2 ในลีก แต่พอถึงซีซั่นต่อมาอันดับก็จะแย่ลงทันที อย่างเช่นฤดูกาล 2002-03 ที่เป็นอันดับ 5 หลังจากเป็นรองแชมป์ในซีซั่น 2001-02 และซีซั่น 2009-10 ที่ร่วงกราวไปเป็นอันดับ 7 ทั้งที่ 1 ซีซั่นก่อนหน้านั้นเพิ่งเป็นรองแชมป์ลีกมาหมาดๆ ยังดีที่ช่วงนั้นพวกเขามีแชมป์ฟุตบอลถ้วยติดมือบ้าง โดยเฉพาะแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่น 2004-05

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในปัจจุบันมันแทบจะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือสำหรับทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล กำลังอยู่ในช่วงที่ฟอร์มฮอตสุดขีด

โดยพวกเขาเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 ฤดูกาลติดต่อกัน, ได้ถ้วย “บิ๊กเอียร์” เมื่อซีซั่นก่อนไปครอง และตอนนี้ก็นำเป็นจ่าฝูงในลีกด้วย สวนทางกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่จบซีซั่นแบบมือเปล่า 2 ฤดูกาลติดต่อกันแล้ว แถมซีซั่นนี้ยังเพิ่งเก็บได้เพียง 9 คะแนน จากการลงเล่น 8 นัดด้วย

    ฟอร์มอันเลวร้ายของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีการเปรียบเทียบกันว่าตอนนี้พวกเขาแทบจะมีสภาพเหมือน ลิเวอร์พูล ในช่วงที่ต้องทนดู “ปีศาจแดง” ครองความยิ่งใหญ่ในเกาะอังกฤษเป็นเวลานาน คำถามที่น่าสนใจก็คือเรื่องนั้นมันมีความเป็นจริงมากแค่ไหน ?

    – ผลงานในลีก
    กูรูหลายคนมองว่าจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ ลิเวอร์พูล เป๋ไปพักใหญ่ทั้งที่เคยครองความยิ่งใหญ่ได้เป็นเวลานนานนั้น เป็นเพราะการบอกลาทีมไปอย่างกะทันหันของ เคนนี่ ดัลกลิช ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1991 ทั้งที่ก่อนหน้านั้น ดัลกลิช พาทีมคว้าแชมป์ลีกมาครองได้ 3 สมัย, ได้แชมป์ เอฟเอ คัพ 2 หน และไม่เคยจบฤดูกาลด้วยการได้อันดับต่ำกว่าที่ 2 ในลีก

  รอนนี่ โมแรน ถูกแต่งตั้งให้เป็นกุนซือชั่วคราวของ ลิเวอร์พูล ก่อนที่ “หงส์แดง” จะให้ แกรม ซูเนสส์ มาคุมทีมแบบถาวรใช่วงเดือนเมษายนของปี 1991 โดยตอนนั้น ซูเนสส์ ได้คุมทีมในลีกไป 5 นัด ซึ่งสุดท้ายแล้ว ลิเวอร์พูล ก็จบฤดูกาล 1990-91 ด้วยการเป็นรองแชมป์ลีก แต่มันก็ยังไม่ได้ถือเป็นการพิสูจน์ฝีมือของ ซูเนสส์ มากเท่าไหร่ จากการที่เขาได้คุมทีมแค่ไม่กี่นัด

ซีซั่น 1991-92 ถือเป็นฤดูกาลแรกที่ ซูเนสส์ ได้คุม ลิเวอร์พูล แบบเต็มซีซั่น และผลงานก็เข้าขั้นงามไส้ เพราะถึงแม้ฤดูกาลนั้น ลิเวอร์พูล จะได้แชมป์ เอฟเอ คัพ ไปครอง แต่ในลีกพวกเขาจบด้วยการเป็นอันดับ 6 ซึ่งถือเป็นการจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ต่ำที่สุดของสโมสรนับตั้งแต่ที่ได้อันดับ 7 ในฤดูกาล 1964-65 หรือก็คือเป็นการได้อันดับในลีกที่แย่ที่สุดของทีมในรอบ 27 ปี

หลังจากนั้นเป็นต้นมา ลิเวอร์พูล ก็ยังไม่ฟื้น พวกเขาได้อันดับ 6 อีกครั้งในฤดูกาล 1992-93 โดยซีซั่นนี้ยังมือเปล่าอีกต่างหาก ตามด้วยการเป็นอันดับ 8 ในฤดูกาล 1993-94 ซึ่งในซีซั่นนี้ ซูเนสส์ บอกลาทีมไปในช่วงเดือนมกราคมด้วย โดยที่ รอย อีแวนส์ ได้เข้ามาคุมทีมต่อจากเขา

    ในฤดูกาล 1994-95 ซึ่งเป็นซีซั่นแรกที่ อีแวนส์ ได้คุมทีมเต็มฤดูกาลนั้น เขาพาทีมจบด้วยการเป็นอันดับ 4 ในลีก และมีแชมป์ ลีก คัพ ติดมือด้วย โดยตอนนั้นมันก็มีการพูดกันว่า อีแวนส์ อาจจะทำให้ทีมกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

ถึงกระนั้น ความเสียหายจากยุค ซูเนสส์ มันก็รุนแรงเกินกว่าที่ อีแวนส์ จะซ่อมแซมได้ เพราะแชมป์ ลีพ คัพ ที่ว่าคือถ้วยแชมป์เพียงถ้วยเดียวที่เขาทำได้กับ ลิเวอร์พูล ขณะที่ในลีกเจ้าตัวก็ไม่เคยพาทีมเป็นแม้กระทั่งรองแชมป์ได้

 ช่างเหมือนตลกร้ายที่เหตุการณ์ในช่วงวลานั้นของ ลิเวอร์พูล มันตรงกับที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เจอนับตั้งแต่หมดยุคของ เฟอร์กูสัน จนเหมือนกับฝาแฝดก็มิปาน นับตั้งแต่ เฟอร์กูสัน บอกลาทีมไปในช่วงซัมเมอร์ ปี 2013 แล้วนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ติดท็อปโฟร์เพียงแค่ 2 ครั้งเท่านั้น ตลอดช่วง 6 ฤดูกาลก่อนหน้านี้

  นอกจากนี้ พวกเขาก็ได้แชมป์รายการใหญ่ๆ ในช่วงเวลาดังกล่าวเพียงแค่ 3 รายการ ประกอบด้วยแชมป์ เอฟเอ คัพ ในฤดูกาล 2015-16 กับแชมป์ ลีก คัพ และแชมป์ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ในซีซั่น 2016-17 ซึ่งแน่นอนว่าความสำเร็จแค่นั้นมันไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับแชมป์ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เคยคว้ามาได้มากมายก่ายกอง

ช่องทางในการติดตามข่าวสาร www.stealthtdi.com

zed