เฟอร์กูสัน ถูกนำไปกล่าว ว่า”ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นมันก็จะมีคนเอายุคของเขามาเป็นตัวตัดสินเพื่อทำการเปรียบเทียบกับเรื่องต่าง ๆ อยู่เสมอ พวกเขาจะพูดประมาณว่า -ถ้าเขา ยังอยู่ที่นี่ มันก็คงไม่มีทางเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น, เขาจะไม่มีวันทำแบบนั้น, เขาจะไม่มีวันทำแบบนี้- มันจะมีการพูดถึงเขาซะทุกเรื่อง”

เฟอร์กูสัน

นั่นคือคำพูดส่วนหนึ่งของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช อดีตกองหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ผ่าน www.ufabet369.net ที่ตอนนี้ไปเล่นอยู่กับ ลอสแองเจลิส แกแล็กซี่ ทีมในสหรัฐอเมริกา

โดยปัจจัยหลักที่เขาพูดแบบนั้นเป็นเพราะต้องการสื่อว่าจนถึงทุกวันนี้หลายคนของ “ปีศาจแดง” ยังยึดติดอยู่กับช่วงเวลาอันหอมหวานในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อยู่เลย

แน่นอน คำพูดของ อิบราฮิโมวิช ถือว่าถูกต้องทุกประการ ตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังเหมือนติดอยู่ในหลุมแห่งความสำเร็จในอดีตอยู่ อย่างไรก็ตาม ถ้ามองอีกด้านหนึ่งก็จะเห็นว่ามันเป็นไปได้ยากมากเหมือนกันที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะสามารถก้าวข้ามร่มเงาของเขาได้

ความสำเร็จ

การที่ใครสักคนจะก้าวข้ามคนอื่นไปได้นั้น คนๆ นั้นก็ต้องมีผลงานที่จับต้องได้ดีกว่าคนเก่า อย่างเช่นครั้งหนึ่งไม่เคยมีใครคาดคิดว่าจะมีนักเทนนิสที่ดังไปกว่า พีท แซมพราส หรือ บียอร์น บอร์ก ได้ แต่ในยุคหลังก็มีทั้ง โรเจอร์ เฟเดอเรอร์, ราฟาเอล นาดาล และ โนวัค ยอโควิช ที่ถูกพูดถึงมากกว่า 2 คนในเบื้องต้น หลังจากที่ทั้ง เฟเดอเรอร์, นาดาล และ ยอโควิช ได้แชมป์แบบเป็นกอบเป็นกำ

เฟอร์กูสัน

ใช่แล้ว ผลงานที่จับต้องได้ที่เด่นชัดมากที่สุดในวงการกีฬาคือเรื่อง “แชมป์” แต่ปัญหาคือทั้งในปัจจุบันและอนาคตนั้น แค่หากุนซือที่จะพา แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์รวมในทุกรายการให้เท่ากับ เฟอร์กูสัน มันก็ยากพออยู่แล้ว ยิ่งการเก็บแชมป์ให้ได้มากกว่าเขายิ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

แชมป์ลีก 13 สมัย, แชมป์ เอฟเอ คัพ 5 ครั้ง, แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 หน คือตัวอย่างความสำเร็จที่เขาทำได้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้เขาเป็นตำนานของทีมมาจนถึงทุกวันนี้ แล้วใครกันที่จะสามารถทำผลงานได้ดีกว่านั้นจนลบเงาของเขาได้ ?

ช่วงเวลากับทีม อีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้ใครสักคนเป็นตำนานได้คือการอยู่กับทีมใดทีมหนึ่งเป็นเวลานาน ในอดีตก็ไม่เคยมีใครที่คิดว่าจะมีกุนซือคนไหนที่อยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้นานเท่า เซอร์ แม็ตต์ บัสบี้ แต่สุดท้ายเขาก็อยู่กับทีมนานกว่านั้น จนทำให้ถึงแม้ บัสบี้ จะยังเป็นตำนานของ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่เงาของ เฟอร์กูสัน ก็เข้าไปทนที่ บัสบี้ ได้ในระดับหนึ่ง

การสมัคร UFABET ความสุข จากการเล่นเว็บพนันออนไลน์

ในทางกลับกัน ทุกวันนี้จะมีใครที่อยู่กับทีมได้ยืนยงคงกระพันขนาดนั้น ? แค่สมัยก่อนที่วงการฟุตบอลเปลี่ยนกุนซือกันยากยังแทบเป็นไปไม่ได้เลย และยิ่งสมัยนี้ที่ทีมฟุตบอลเปลี่ยนกุนซือกันเป็นว่าเล่นมันก็ยิ่งทำให้โอกาสที่จะมีใครสักคนอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นเวลานานมันยากขึ้นไปอีก

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา อาจจะมีศักดิ์เป็นตำนานของทีม และกำลังทำผลงานได้ดีจนมีโอกาสถูกอัพเกรดจากตำแหน่งกุนซือชั่วคราวไปเป็นแบบถาวร แต่ถ้าจะบอกว่าเขาจะได้อยู่กับทีมนานระดับ 10 ปี ตั้งแต่ตอนนี้เลย มันก็ออกจะเป็นเรื่องที่เร็วเกินไป

การพลิกสถานะทีม ของ  “เร้ด อาร์มี่” เคยดีใจกันเต็มที่ในตอนที่ทีมรักได้แชมป์ลีกสูงสุดเมื่อฤดูกาล 1966-67 รวมถึงการได้แชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ ในซีซั่นต่อมา ซึ่งนั่นทำให้ บัสบี้ ได้รับการจดจำมาโดยตลอดในฐานะยอดกุนซือของทีม

ในช่วงช่องว่างระหว่างหลังยุคของ “เซอร์แม็ตต์” กับก่อนถึงยุคของ เขาแมนฯ ยูไนเต็ด แทบจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จอะไรมากนัก มีการได้แชมป์ เอฟเอ คัพ 3 สมัย กับแชมป์ ดิวิชั่น สอง 1 ครั้ง อยู่บ้าง แต่มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาได้รับการยอมรับว่ากลับมาเป็น “ทีมที่ยิ่งใหญ่” แล้ว

ทั้งนี้ เฟอร์กูสัน ทำให้แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด สามารถเดินยืดอกแบบภาคภูมิใจอย่างเต็มที่ได้อีกครั้ง ซึ่งการที่เขาทำให้ทีมกลับมา “ยิ่งใหญ่” ได้ก็เพราะเจ้าตัวทำให้ทีมมีผลงานที่ยอดเยี่ยมแบบคงเส้นคงวานั่นเอง และตอนนี้มันก็เป็นเรื่องยากมากพอตัวที่จะมีใครทำแบบเขาได้

ติดตามทุกข่าวสารวงการฟุตบอลได้ที่ stealthtdi.com