เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก ออกมากล่าวผ่าน www.ufabet369.net เมื่อวันอังคารที่ 25 กันยายน ที่ผ่านมา ว่า ทีมของเขาแสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงนักเตะและคว้าชัยชนะได้ตามเดิม หลังจากที่จัดการไล่ต้อน “นักบุญ” เซาธ์แฮมป์ตัน 3-0 ที่แอนฟิลด์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

เจอร์เก้น คล็อปป์

คล็อปป์ ส่ง โจเอล มาติป กับ เซอร์ดาน ชากิรี่ ลงเป็นตัวจริงนัดแรกในฤดูกาลนี้และทั้งคู่ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเมื่อปราการหลังแคเมอรูนช่วยทีมเก็บคลีนชีตได้ 8 นัด ติดต่อกันที่แอนฟิลด์ในเกมพรีเมียร์ลีก และยังเป็นผู้โหม่งพังประตูที่ 2 ด้วย

ขณะที่ ชากิรี่ ก็ทำผลงานเยี่ยมใน 45 นาทีที่อยู่ในสนาม โดยมีส่วนกับทั้งประตูแรกและประตูที่ 3 ก่อนถูกเปลี่ยนออกด้วยเหตุผลด้านแท็กติก

“ชากรี่ เล่นระหว่างแนว ผมชอบแบบนั้น เขามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งและช่วยทำ 2 ประตู ซึ่งมันดีมากๆ ส่วน โจเอล โหม่งได้ไม่เลว! มันช่วยได้มาก นั่นเป็นเรื่องดีและมันก็เป็นเรื่องดีสำหรับเราที่รู้ว่าเราสามารถเปลี่ยนแปลงทีมและยังคงคว้าชัยชนะได้ เรารู้ตั้งแต่แรกแล้ว แต่บางครั้งคุณก็ต้องพิสูจน์มันและนั่นก็คือสิ่งที่เราทำ” เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน กล่าว

ลิเวอร์พูล คว้าชัยชนะ 100 เปอร์เซนต์ในฤดูกาลนี้ และถือเป็นสถิติใหม่ของ www.ufabet369.net และ สโมสร แต่พวกเขาก็มีโปรแกรมหนักรออยู่เมื่อต้องเจอกับ เชลซี 2 นัดติดต่อกันในสัปดาห์นี้

ตามด้วยเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ นาโปลี และเจอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีก และ คล็อปป์ ก็ชี้ว่าไม่มีเหตุผลที่ทีมจะฉลองกันในตอนนี้

“เราน่าจะยิงได้มากกว่านี้ แต่พวกเขาก็สร้างปัญหาให้กับเราจริง ๆ ผมไม่คิดว่าพวกเขามีโอกาสมากนัก บางทีลูกยิงของ ชาร์ลี ออสตินในช่วงก่อนจบเกมอาจเป็นจังหวะสำคัญที่สุด แต่พวกเขาก็เล่นฟุตบอลที่ดี”

“เราผิดพลาดเล็กน้อย แต่คุณก็ต้องฉวยเอาไว้และนั่นคือสิ่งที่พวกเขาทำนั่นคือสิ่งที่ดีและความกล้าหาญของ เซาธ์แฮมป์ตัน เรายิง 3 ประตูจากจังหวะเซตพีซและโอกาสอื่นๆ ซึ่งเป็นเรื่องดี และเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก”

“มันออกมาโอเค แต่มันก็ไม่ใช่ว่าผมมีความสุขอย่างมากมายและหยุดชูมือไม่ได้หรืออะไรก็ตาม ผมพอใจกับมัน แต่ผมรู้ว่าเราต้องเดินหน้าต่อไป”คล็อปป์ กล่าว

เปิดสถิติ www.ufabet369.net ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยอดกุนซือชาวเยอรมัน หลังคุมทีมเล่นในลีกผ่านหลัก 600 นัดแล้วไล่ตั้งแต่ตอนอยู่กับ ไมนซ์, ดอร์ทมุนด์ จนมาถึง ลิเวอร์พูล

เจอร์เก้น คล็อปป์ วัย 51 ปี เข้ามาคุม “หงส์แดง” เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ปี 2015 โดยรับงานต่อจาก เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ซึ่งถือเป็นการออกมาทำงานในต่างแดนครั้งแรก หลังจากที่ก่อนหน้านั้นเคยคุม ไมนซ์ 05 (2001-2008) และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (2008-2015) ในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน

ผลงานคุมทีมในลีกของ คล็อปป์ ตั้งแต่ปี 2001 ลงเล่น 600 นัด ชนะ 296 นัด เสมอ 158 นัด แพ้ 146 นัด

ผลงานคุม ลิเวอร์พูล 100 นัดแรกใน พรีเมียร์ลีก ของ คล็อปป์ ชนะ 54 นัด เสมอ 28 นัด แพ้ 18 นัด ได้ 208 ประตู เสีย 117 ประตู ผลงานคุม ลิเวอร์พูล ใน พรีเมียร์ลีก ของ คล็อปป์ จนถึงเวลานี้ ลงสนาม 112 นัด  ชนะ 62 เสมอ 31 แพ้ 19 ประตูได้ 231 ประตูเสีย 122 ทำให้ เขาได้รับรางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำเดือน    1 สมัย (กันยายน 2016)

จากชัยชนะเหนือ เซาธ์แฮมป์ตัน ทำให้ ลิเวอร์พูล ทำสถิติไม่แพ้ที่ แอนฟิลด์ ในเกม พรีเมียร์ลีก มาแล้ว 24 นัด (ชนะ 16 เสมอ 8) โดยถือเป็นผลงานดีสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2009 (ไม่แพ้ 31 เกม) นับตั้งแต่ ลิเวอร์พูล ได้ คล็อปป์ มาคุมทีมสามารถเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยมาแล้ว 3 รายการคือ ลีก คัพ, ยูโรปา ลีก (2015/16) และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (2017/18)

แม้กุนซือชาวเยอรมัน ยังไม่เคยพาทีมได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก แต่ฤดูกาลนี้ “หงส์แดง” ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงแชมป์แบบเต็มตัวแล้วและมีโอกาสกลับมาครองถ้วยครั้งแรกนับตั้งแต่ได้หนสุดท้ายเมื่อซีซั่น 1989/90

ติดตามทุกข่าวสารวงการฟุตบอล ต้องที่ stealthtdi.com